ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้คาร์ซีท

ในสมัยนี้หลายครอบครัวมีความตื่นตัวและเข้าใจถึงความจำเป็นในการใช้คาร์ซีทเพราะต้องการให้ลูกรักได้เดินทางอย่างปลอดภัยกันมากขึ้น ถึงแม้ว่าในประเทศไทยจะยังไม่มีกฎหมายบังคับใช้แต่จะเห็นได้ว่า เดี๋ยวนี้มองไปทางไหน รถที่มีเด็กเล็กๆ โดยสารมาด้วยก็มักจะมีคาร์ซีทติดรถกันไว้แทบทุกบ้าน บางครอบครัวมีรถหลายคันก็หาคาร์ซีทมาติดรถไว้ทุกคันซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่การที่เรามีคาร์ซีทตั้งไว้ในรถก็ไม่ได้แปลว่าลูกเราจะปลอดภัยเสมอไป ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เราต้องคำนึงถึงในการใช้คาร์ซีทเพื่อให้มั่นใจว่าคาร์ซีทจะช่วยปกป้องลูกน้อยในยามคับขันเมื่อถึงคราวเกิดอุบัติเหตุได้จริงๆ แล้วสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องคำนึงถึงนั้นมีอะไรบ้าง เรามาดูกัน

1.เลือกซื้อคาร์ซีทโดยดูอายุเด็กเพียงอย่างเดียว

จริงอยู่ที่คาร์ซีทส่วนใหญ่จะมีการกำหนดมาตรฐานช่วงอายุที่เหมาะสมในการใช้ไว้อย่างชัดเจน แต่อย่าลืมว่าเกณฑ์ที่กำหนดมานั้นเป็นมาตรฐานของเด็กทั่วไป การเลือกคาร์ซีทที่เหมาะกับลูกเราจริงๆ ต้องดูที่น้ำหนักและส่วนสูงของลูกเราเป็นสำคัญ เพราะเด็กแต่ละคนมีพัฒนาการด้านความสูงและขนาดตัวที่ต่างกัน ***ดังนั้นเราจึงต้องเทียบความสูงและน้ำหนักของลูกเรากับเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ใช่ดูแค่เพียงอายุอย่างเดียว

2.คาร์ซีทคุณภาพดี แบรนด์ดัง มีมาตรฐาน แต่ติดตั้งไม่ถูกวิธี

นอกจากการเลือกใช้คาร์ซีทคุณภาพดี มีมาตรฐานแล้ว การติดตั้งคาร์ซีทอย่างถูกต้องถือเป็นหัวใจหลักในการสร้างความปลอดภัยให้กับลูกรัก  คุณพ่อคุณแม่ควรศึกษาคู่มือการใช้งานอย่างละเอียด  ถ้าไม่เข้าใจหรือไม่มั่นใจควรให้ผู้ขาย หรือศูนย์บริการที่จำหน่ายคาร์ซีทที่มีความรู้ความเชียวชาญของแบรนด์นั้นๆ ช่วยแนะนำการติดตั้งอย่างถูกวิธี เพราะคาร์ซีทแต่ละรุ่น และแต่ละแบรนด์มีการออกแบบการใช้งานและการติดตั้งที่แตกต่างกัน อย่าเหมารวมว่าทุกคนที่ขายคาร์ซีทจะสามารถติดตั้งคาร์ซีทได้ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ควรขอคำแนะนำจากศูนย์บริการของผู้นำเข้าหรือผู้ผลิตโดยตรงดีกว่าเพื่อความมั่นใจ

3.มีคาร์ซีทคุณภาพดี ติดตั้งถูกวิธี แต่ไม่ฝึกให้ลูกหัดนั่ง

หลายครอบครัวยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินเลือกคาร์ซีทอย่างดี เมื่อซื้อมาแล้ว คุณพ่อคุณแม่ศึกษาข้อมูลติดตั้งอย่างถูกวิธีกันอย่างเต็มที่ แต่พอถึงเวลาเอาลูกลงนั่งจริงๆ ลูกร้องงอแงเสียงดัง ลำพังคุณพ่อคุณแม่เองก็อดทนไม่ได้น้ำตาไหลตาม คุณย่าคุณยาย อากงอาม่า รวมถึงพี่เลี้ยงที่ไม่เข้าใจความจำเป็นการใช้คาร์ซีท ยังบ่นตลอดทางว่าเป็นพ่อแม่ใจร้ายทิ้งให้ลูกร้องไห้จนใจจะขาด สุดท้ายก็ต้องถอดเข็มขัดเอาลูกออกมาอุ้มทุกครั้ง จนลูกไม่มีความคุ้นเคยกับการนั่งคาร์ซีท และสรุปเอาว่าลูกไม่ยอมนั่ง

ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเด็กทุกคนต้องการเวลาและการฝึกฝนเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับสิ่งของทุกอย่างรอบตัว การให้เวลากับลูกได้ค่อยๆ สร้างความคุ้นเคยด้วยการนั่งคาร์ซีทบ้างครั้งละ 10-15 นาที อย่างต่อเนื่องจะช่วยทำให้เด็กเข้าใจและเริ่มร้องไห้น้อยลง จากเดิมที่เคยร้องตลอด15 นาทีเต็ม เค้าจะค่อยๆ ร้องไห้ลดลงจนยอมนั่งในที่สุด

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องใจแข็งและท่องไว้ว่าเด็กสามารถร้องไห้ได้เป็นชั่วโมงโดยที่ไม่เป็นอะไร ถ้าร้องจนเหนื่อยเค้าจะหลับไปเอง แต่ถ้าลูกไม่นั่งคาร์ซีทเพียงแค่เสี้ยววินาทีที่รถเราเกิดอุบัติเหตุนั่นหมายถึงชีวิตน้อยๆ ที่อาจไม่มีอนาคตที่สวยงามอย่างที่เราวาดฝันไว้

4.แค่ลูกยอมนั่งก็พอแล้ว รัดเข็มขัดหลวม หรือรัดแค่ตรงเอวก็พอ ลูกจะได้ไม่อึดอัด

เพราะคาร์ซีทคืออุปกรณ์รองรับความปลอดภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุไม่ใช้แค่เพียงเก้าอี้ให้เด็กนั่งสบายๆ  การรัดเข็มขัด 5 จุด (ไหล่และขาทั้ง 2 ข้างเข้ากับเป้าตรงกลาง) แบบหลวมๆ แรงกระชากของรถขณะเบรคกระทันหันจะทำให้ศีรษะและลำตัวถูกดึงไปข้างหน้าและกระแทกกับเบาะในจังหวะย้อนกลับ กระดูซี่โครงอาจหัก ศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรงซึ่งอาจส่งผลให้บาดเจ็บถึงขั้นพิการได้  ในรายที่อันตรายยิ่งกว่าคือการให้ลูกนั่งคาร์ซีทแต่รัดเข็มขัดแค่เอว เวลาเกิดอุบัติเหตุ เมื่อรถหยุดแบบกระทันหัน  แรงของรถขณะเบรคจะกระชากตัวเด็กออกจากคาร์ซีทส่งผลให้ศีรษะและลำตัวส่วนบนทั้งหมดพุ่งไปข้างหน้า และถูกกระแทกเข้ากับเบาะคาร์ซีทอย่างรุนแรงเป็นเหตุให้เด็กพิการหรือเสียชีวิตได้เช่นกัน ซึ่งในกรณีหลังนี้ระดับการสูญเสียหรือบาดเจ็บที่หนักกว่าในกรณีแรกอย่างมาก

5.ส่วนใหญ่ขับรถเองไปไหนมาไหนกะลูก 2 คน ก็ให้ลูกนั่งคาร์ซีทอยู่เบาะหน้าข้างๆ กัน ลูกจะได้ไม่เหงา

รถสมัยนี้ส่วนใหญ่มี Airbag คู่หน้าเป็นมาตรฐานทุกคันเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารเมื่อเกิดอุบัติเหตุ โดย Airbag จะทำงานทันทีเมื่อรถเกิดการชนอย่างรุนแรง แต่เนื่องจาก Airbag ถูกออกแบบมาให้ใช้ปกป้องผู้ใหญ่ ที่มีพัฒนาการ กระดูสันหลัง คอ และศีรษะที่เต็มวัยแล้ว การให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี นั่งในตำแหน่งที่มี Airbag การทำงานของ Airbag จะเกิดการกระแทกอย่างรุนแรงโดยตรงต่อตัวเด็ก หรือต่อคาร์ซีท อาจทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว ดังนั้นตำแหน่งที่เด็กควรนั่งหรือควรติดตั้งคาร์ซีทคือเบาะหลังซึ่งจะปลอดภัยที่สุด

6.จริงหรือ? คาร์ซีทมือสองที่ซื้อมาจากร้านขายรถเข็นเด็กมือสอง คาร์ซีทมือสอง มันก็ใช้ได้ปลอดภัยเหมือนๆ กัน

เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็มีขายมือสอง ยิ่งของใช็เด็กอย่างรถเข็นมือสอง คาร์ซีทมือสองยิ่งเป็นที่นิยม เพราะหลายคนมักใช้ข้ออ้างที่ว่า “คาร์ซีทแพง ยังไม่รู้เลยว่าลูกจะยอมนั่งหรือเปล่า ซื้อคาร์ซีทมือสองก็ได้ ประหยัดดี” หรือาจหลงเชื่อคำอวดอ้างจากร้านขายคาร์ซีทมืองสองว่าเป็นคาร์ซีทมือสองนำเข้าจากญี่ปุ่น สภาพดี  สภาพใหม่ ปลอดภัยเหมือนๆ กัน

จริงๆ แล้วการใช้คาร์ซีทมือสองนั้นไม่ได้ผิดอะไร ถ้าคุณมั่นใจว่ารู้จักเจ้าของคนก่อนเป็นอย่างดีและรู้ว่าคาร์ซีทมือสองนั้นไม่เคยผ่านการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงมาก่อน เพราะคาร์ซีทที่เคยผ่านการเกิดอุบัติเหตุมาแล้วจะไม่สามารถรองรับการเกิดอุบัติเหตุได้อีก

เมื่อเกิดอุบัติเหตุ แรงเหวี่ยงแรงกระชากจากการหยุดรถอย่างกระทันหันอาจทำให้รอยเย็บเข็มขัดนิรภัยขาด  อุปกรณ์ที่ติดตั้งเพื่อหน่วงรั้งตัวเด็กที่อยู่ด้านในคาร์ซีทอาจมีการแตกหัก โครงสร้างพลาสติกฉีกขาด รวมถึงตัวล๊อก Belt Clipต่างๆ สำหรับยึดติดกับตัวรถอาจแตกหักหรือเสื่อมได้ จึงทำให้คาร์ซีทไม่สามารถปกป้องลูกน้อยในขณะเกิดอุบัติเหตุได้อีก

ถึงแม้ว่าคาร์ซีทมือสองนั้นอาจจะไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ แต่คาร์ซีทมือสองส่วนใหญ่จะมีอุปกรณ์ไม่ครบ หมอนรองตัว หมอนรองศีรษะที่จำเป็นสำหรับเด็กแรกเกิดและป็นอุปกรณ์ตามมาตรฐานขาดหายไป เด็กนอนแล้วไม่ได้องศาที่เหมาะสมส่งผลให้หลัง คอ และศีรษะไม่ได้รับการปกป้อง และเด็กไม่ได้นอนอยู่ในท่าที่ถูกต้อง นอกจากจะเป็นอันตรายแล้วยังทำให้กระดูกอ่อนๆทียังไม่สมบูรณ์เติบโตผิดรูปจากการใช้งานอย่างต่อเนื่องได้ รวมถึงคู่มือการติดตั้งที่ขาดหายไป ทำให้การติดตั้งไม่ถูกต้องและเป็นอันตรายโดยที่คุณไม่รู้

นอกจากนี้คาร์ซีทก็มีอายุการใช้งานเหมือนๆ กับของใช้ทั่วไป วัสดุรองรับแรงกระแทกไม่ว่าจะเป็นแบบโฟม เจล หรือฟองน้ำในคาร์ซีทมือสองที่เคยนุ่มมักจะเสื่อมและแข็งไม่สามารถรองรับแรงกระแทกได้จริง รวมถึงโครงพลาสติกที่อาจจะกรอบและแตกหักง่ายไม่มีความยืดหยุ่นเหมือนของใหม่ อย่างไรก็ตามหากคุณพ่อคุณแม่มีความจำเป็นต้องใช้คาร์ซีทมือสองจริงๆ ควรเลือกรับคาร์ซีทมือสองจากคนใกล้ชิดที่เราไว้ใจได้ว่าคาร์ซีทนั้นไม่เคยผ่านการเกิดอุบัติเหตุและไม่เก่าจนเกินไป ควรตรวจสอบสภาพของคาร์ซีทมือสองนั้นอย่างละเอียดเพื่อให้มั่นใจว่าคาร์ซีทจะช่วยปกป้องชีวิตลูกน้อยได้จริง

(สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอันตรายจากการใช้คาร์ซีทมือสองและวิธีตรวจสอบได้จาก หน่วยงานรัฐบาลด้านความปลอดภัยในรัฐนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา http://safeny.ny.gov/sesa-chk.htm 🙂


***สอบถามเพิ่มเติมหรือขอคำแนะนำในการเลือกคาร์ซีท

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *