ส่วนประกอบของคาร์ซีทมีอะไรบ้าง

คาร์ซีทมีส่วนประกอบหลักๆ 3 ส่วนคือ

  1. โครงคาร์ซีท
  2. วัสดุรองรับแรงกระแทกที่อยู่ใต้ผ้าหุ้มเบาะ
  3. ผ้าหุ้มเบาะ

โครงคาร์ซีท

โครงของคาร์ซีททั่วไปผลิตจากพลาสติกซึ่งก็มีหลากหลายเกรดให้เลือกใช้กัน แต่สำหรับพลาสติกคาร์ซีทของ Ailebebe ที่เราเลือกใช้นั้นผลิตจากพลาสติกที่เรียกว่า Polypropylene ซึ่งเป็นเกรดเดียวกันกับที่ใช้ผลิตวัสดุภายในห้องโดยสารรถยนต์ อย่างแผงประตู หรือ คอนโซลรถเพราะมีน้ำหนักเบาแต่เหนียวทนทาน

คาร์ซีทบางรุ่นของเราอย่าง รุ่น Papatto สำหรับเด็กวัย 9 เดือน – 12 ปี ก็อาจมีการเสริมแกนเหล็กด้านในซ้ายขวา 2 เส้นเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้คาร์ซีท แต่รุ่นสำหรับเด็กแรกเกิดทั้งหมดของ Ailebebe ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Kurutto NT2 และ รุ่น Kurutto 4 ทางเราเลือกเพิ่มความแข็งแรงภายในด้วยการเพิ่มเส้นตารางทั้งแนวตั้งและแนวนอนในจุดที่สำคัญเพื่อให้มีความแข็งแรงมากขึ้นแบบทั่วถึงทั้งโครง แทนการใช้โครงเหล็กที่จะมีเพียงเสาซ้าย-ขวาเท่านั้น และยังมีการเสริมส่วนผสมของ Fibergrass ซึ่งเป็นวัสดุผสมหรือพลาสติกเสริมแรง (Glass Reinforced Plastic)  มีชื่อภาษาไทยแปลตรงตัวว่า เส้นใยแก้ว ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายเพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับพลาสติก เรซิน และขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ เป็นที่รู้จักกันดีในวงการแต่งรถ เพราะเป็นวัสดุที่มักนำมาผลิตสปอร์ยเลอร์ สเกิร์ต หลังคารถ หรือชิ้นส่วนรถแข่ง

ข้อดีของ Fibergrass นอกจากความเหนียวทนแล้ว ยังสามารถดัดโค้งขึ้นรูปในขั้นตอนการผลิตได้ตามต้องการ ทำให้วิศวกรผู้ออกแบบสามารถออกแบบจัดรูปทรงโครงคาร์ซีทให้โค้งโอบรับกับสรีระของเด็กทารก เพื่อความปลอดภัยได้ดียิ่งขึ้น


วัสดุรองรับแรงกระแทกที่อยู่ใต้ผ้าหุ้มเบาะ

วัสดุที่ใช้ในการรองรับแรงกระแทกนั้นมีหลากหลายชนิด วัสดุที่นิยมใช้กันทั่วไปจะมีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

  • กลุ่มวัสดุแบบแข็งอย่างเช่นโฟม EPP และโฟม EPS
  • กลุ่มวัสดุแบบนุ่มอย่าง Polyurethane , Poly Urethane Foam, Low resilience polyurethane foam (หลังจากนี้จะขอเรียกสั้นๆ ด้วยการตัดคำว่า Polyออกไปเพื่อง่ายในการอธิบายนะคะ)

แล้ววัสดุอะไรปลอดภัยที่สุด? แต่ละชนิดมีทั้งข้อดีข้อเสียต่างกันดังนั้น ในการที่จะบอกได้ว่าวัสดุใดดีที่สุดนั้น ต้องเข้าใจก่อนว่าเมื่อเกิดอุบัติรถชนและหยุดกระทันหัน ตัวของเด็กจะกระแทกเข้ากับคาร์ซีท โดยการกระแทกนั้นจะมีทั้งแบบ

  • Low impact (กระแทกแบบเบา)
  • High Impact (กระแทกแบบแรง)

ขึ้นอยู่กับความแรงในการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งวัสดุแต่ละชนิดไม่ว่าจะเป็นแบบนิ่มหรือแบบแข็ง ก็เหมะกับการรองรับการเกิดอุบัติเหตุได้ดีแตกต่างกัน

  • โฟม EPP ส่วนใหญ่มีสีดำ มีความแข็งแรง แตกหักยากกว่าโฟม EPS โดยมากเอาไว้ทำบรรจุภัณฑ์หรือเสริมในจุดที่ไม่ต้องการให้แตกหักได้ เช่น ใช้ทำกล่อง หรือโครงในหมวกกันน๊อกจักรยาน ไม่นิยมนำมาใช้ในการรองรับแรงกระแทกในคาร์ซีทสำหรับเด็ก เพราะด้วยความที่มีความแข็งแรงมาก หากเกิดการกระแทกแล้วโฟมไม่แตกจะทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บได้

  • โฟม EPS ส่วนใหญ่มีสีขาว มีความเหนียวทนน้อย สามารถแตกหักได้ง่าย ซึ่งถือเป็นข้อดีในการนำมารองรับแรงกระแทกเพราะเราอาศัยการแตกของโฟมเพื่อให้แรงกระแทกถูกส่งผ่านรอยแยกของโฟม เพื่อลดแรงสะท้อนกลับ ช่วยให้เด็กไม่เกิดการกระแทกซ้ำๆ โฟม EPS ถูกใช้แพร่หลายตั้งแต่ใช้บรรจุเครื่องใช้ไฟฟ้าลงกล่องรวมถึงการเสริมในหมวกกันน๊อคเพื่อกันกระแทก

ข้อดีโฟม EPS จะเหมาะกับอุบัติเหตุแบบ High Impact เพราะโฟมจะแตกออก ถ้าเป็น Low impact โฟม EPS จะไม่แตกออกและเด็กจะได้รับการบาดเจ็บเล็กน้อย

สำหรับกลุ่มรองรับแรงกระแทกแบบนุ่ม จะมี 3 ประเภทที่เลือกใช้คือ

ยาง Urethane เป็นวัสดุอ่อนนุ่มคล้ายยางพารา สามารถหล่อขึ้นรูปได้ตามต้องการและสามารถผสมให้มีระดับความอ่อนนุ่มได้หลายระดับ

ข้อดีคือมีความนุ่มช่วยรองรับแรงกระแทกแบบ Low impact ได้ดีเพราะให้สัมผัสที่นุ่มนวลทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บน้อย แต่จะไม่เหมาะกับการรองรับแรงกระแทกแบบ High impact เพราะจะทำให้เกิดแรงสะท้อนกลับเด้งไปมา ถึงแม้จะมีความนุ่มแต่ตัวเด็กก็จะได้รับการกระแทกซ้ำๆ ได้

ฟองน้ำ Urethane Foam เป็นวัสดุอ่อนนุ่มกว่า Urethane มีลักษณะคล้ายฟองน้ำแต่มีความหนาแน่นสูงกว่าฟองน้ำทั่วไป ส่วนใหญ่สีดำนิยมนำมาห่อลำโพงหรือเครื่องเสียราคาแพงที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ สามารถสั่งผลิตให้มีความหนา นุ่ม แน่น ได้ทุกระดับตามต้องการ

ข้อดีคือมีความนุ่มนวลกว่าแบบยาง ช่วยรองรับแรงกระแทกแบบ Low impact ได้นุ่มนวลกว่าเพราะให้สัมผัสที่นุ่มนวลทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บน้อย แต่ถ้าบางเกินไปหรือนุ่มเกินไปก็จะไม่เหมาะกับการรองรับแรงกระแทกแบบ High impact เพราะจะทำให้เกิดการยวบได้

Low resilience urethane foam เป็น Urethane Foam ชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้าย memory foam เมื่อกดลงไปจะคืนตัวได้ช้า จึงทำให้มีคุณสมบัติในซับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี

ข้อดีคือมีความนุ่มนวลกว่าแบบยาง และหนึบกว่าแบบ Urethane Foam ช่วยรองรับแรงกระแทกแบบ Low impact ได้นิ่งสนิทไร้การสะท้อนกลับของแรงทำให้ตัวเด็กไม่เด้งไปมา แต่ข้อควรระวังคือถ้าบางเกินไป จะไม่สามารถรองรับแรงกระแทกแบบ High impact ได้เพราะจะยวบเกินไป เหมาะกับการนำมาใช้เสริมคู่กับ Urethan Foam

เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าไม่มีวัสดุอะไรที่ดีและปลอดภัยที่สุด เพราะวัสดุทุกอย่างมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เหมาะกับการใช้รองรับการกระแทกในโอกาสที่ต่างกัน รวมถึงคุณภาพของวัสดุหรือผุ้ผลิตก็มีผลต่อวัสดุเช่นกัน ตัวอย่างเช่น

โฟม EPS ที่ผลิตจากโรงงาน A กับ โฟม EPS ที่ผลิตจากโรงงาน B ก็อาจมีคุณภาพไม่เท่าเทียมกัน

หรือแม้แต่ โฟม EPS 2 ชิ้นที่ผลิตจากโรงงาน A เหมือนกัน ก็อาจมีความเปราะบางต่างกันขึ้นอยู่กับ Spec ของผู้สั่งผลิต

ตัวอย่างเช่น คาร์ซีทบางตัวที่ผู้ผลิตอาจลดต้นทุนโดยใช้โฟมที่บางมากไปก็อาจแตกหักง่ายเกินไปทั้งๆ ที่ยังไม่เคยผ่านการเกิดอุบัติเหตุมาก่อน ซึ่งเมื่อโฟม EPS แตกแล้วจะไม่มีความปลอดภัยในการรองรับแรงกระแทกอีกต่อไป จะต้องเปลี่ยนตัวใหม่ทันที และนี่ก็เป็นจุดสำคัญสำหรับที่คนที่เลือกใช้คาร์ซีทมือสองหรือคาร์ซีทเก่าต้องตรวจสอบเป็นอย่างแรกว่าโฟมยังอยู่ในสภาพดีหรือไม่ (สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับคาร์ซีทมือสอง ถ้ามีโอกาสจะขอนำมาเล่าให้ฟังในคราวหน้านะคะ)

ในรูปนี้เป็นตัวอย่างของ โฟม EPS ที่Ailebebe เลือกใช้สำหรับรุ่น Kurutto 4 ซึ่งจะมีความหนาถึง 40 mm.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *