เก้าอี้วิเศษของพวกเรา (คาร์ซีท)

ฝึกลูกให้นั่งคาร์ซีทไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ง่ายเลย ประสบการณ์จากคุณแม่ท่านหนึ่ง ที่อยากแชร์ให้ทุกๆบ้านฝึกลูกนั่งคาร์ซีทเพื่อความปลอดภัยของลูกๆ วิธีนี้พิสูจน์แล้วได้ผลแน่นอนค่ะ แต่ช่วงแรกคุณพ่อคุณแม่ต้องใจแข็งหน่อยนะคะ อ่านจบแล้วนำไปฝึกกับลูกๆเราได้เลยค่ะ

ไม่นานมานี้ดิฉันเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดกับลูกๆทั้งสนุกสนานและปลอดภัยตั้งแต่ออกเดินทางจนถึงจุดมุ่งหมายเลยค่ะรู้สึกขอบใจตัวเองที่กัดฟันให้ลูกนั่งคาร์ซีท ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ทำให้ขับรถได้อย่างมีสมาธิ แต่กว่าจะถึงวันนี้ลูกก็เคยร้องไห้ประท้วงจนแหวะใส่เก้าอี้ตัวเองมาแล้ว

ดิฉันใช้วิธีสงบสยบความเคลื่อนไหวร้องได้ร้องไป แค่ 15 นาทีเท่านั้น คลื่นลมก็สงบ ตั้งแต่นั้นมาลูกๆ เรียนรู้เลยว่า เวลาขึ้นรถต้องไปนั่งที่ “เก้าอี้วิเศษ”  คาร์ซีทของตัวเองและนั่งทุกครั้งแม้ระยะทางจะใกล้หรือไกลเพราะอุบัติเหตุอาจเกิดจากภัยในรถ เช่น ลูกทะเลาะกันที่เบาะหลัง (เจอมาแล้ว) หรือปีนป่ายจนได้รับอันตราย คุณแม่ท่านไหนที่ยังไม่มั่นใจในคาร์ซีท carseat ว่าจะช่วยวันยุ่งๆของคุณแม่ได้มากน้อยแค่ไหน ลองเคล็ดลับต่อไปนี้ดูสิคะ แล้วลูกคุณจะรัก “เก้าอี้วิเศษ” ของตัวเองขึ้นเยอะเลย

  1. สร้างความผูกพันกับคาร์ซีท อนุญาตให้ลูกเอาสติ๊กเกอร์มาตกแต่งคาร์ซีทของตัวเองได้ เอาให้ถูกใจเลยเพราะต้องนั่งไปอีกนาน
  2. มอบรางวัล บอกลูกว่า เราจะออกเดินทางได้ก็ต่อเมื่อล็อกสายรัดนิรภัยเรียบร้อย แล้วลูกจะรีบทำตัวน่ารักเพราะอยากไปเที่ยว แต่ถ้ากำลังพาไปหาหมอ อาจให้ขนมเป็นรางวัลได้

เบี่ยงเบนความสนใจ ถ้าโยเยนัก ชวนคุยเรื่องการ์ตูนที่ลูกกำลังอินดีกว่า แค่นี้ก็เผลอจดจ่อกับการโม้เรื่องเจ้าหญิงกับฮีโร่ จนไม่ทันสังเกตว่า ตัวเองถูกจับนั่งคาร์ซีทเรียบร้อยแล้ว (มุกนี้ไม่เหนื่อย แถมสนุกดีด้วย)

เตรียมของเล่นแก้เบื่อ ควรมีของเล่นชิ้นโปรดอยู่ในรถ แนะนำว่าควรเป็นของเบาๆ และไม่แข็ง เช่น หนังสือผ้า เพราะคุณอาจโดนลูกเอาของในมือปาใส่ขณะขับรถ หรือเลือกเปิดเพลงที่ลูกชอบแล้วร้องไปด้วยกันก็ได้

หยุดพักบ้าง หากต้องเดินทางไกลควรเลือกใช้คาร์ซีทปรับเอนนอนได้ และจอดพักสักครู่เพื่อให้ลูกได้ยืดเส้นยืดสาย

เคล็ดลับก่อนตัดสินใจเลือกซื้อคาร์ซีท

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือ Real-Parenting

ภาพประกอบจาก Baby Gift Retail

—————————————————————————————-

สามารถสอบถามได้จากผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาและแนะนำได้อย่างถูกต้องที่ศูนย์บริการ Baby Gift ทั้ง 9 สาขา ใกล้บ้าน

  • สาขา BTS วงเวียนใหญ่ โทร. 086-355-1902
  • สาขา The Crystal รามอินทรา โทร. 084-905-5589
  • สาขา นอร์ทปาร์ค(วิภาวดี-ประชาชื่น) โทร. 086-312-1272
  • สาขา สุขุมวิท 103 โทร. 095-496-8555
  • สาขา The Crystal SB ราชพฤกษ์ โทร. 095-578-5115
  • สาขา Mega Bangna โทร. 063-225-7200
  • สาขา The Bright พระราม2 โทร. 093-125-9422
  • สาขา แหลมฉบัง โทร. 086-381-7595
  • สาขา อุบลราชธานี โทร. 090-295-8608

ช่องทางออนไลน์ :

การเลือกซื้อคาร์ซีทสำหรับเด็ก

ปัจจุบันมีคาร์ซีทให้เลือกมากมายหลายประเภท จึงควรใช้เวลาในการเลือก และต้องเลือกคาร์ซีทที่มีคุณสมบัติต่อไปนี้

  • คาร์ซีทต้องมีป้ายเครื่องหมาย E ซึ่งแสดงว่า ผ่านมาตรฐานของสหประชาชาติ, ECE Regulation 04 หรือ R 44.03

  • เลือกประเภทคาร์ซีทให้เหมาะสมกับน้ำหนักและขนาดตัวของเด็ก และต้องติดตั้งได้อย่างถูกต้องตามคำแนะนำของผู้ผลิต
  • ตรวจสอบประเภทของคาร์ซีทให้เหมาะสมกับน้ำหนักและความสูงของเด็ก
  • ศึกษาข้อมูลจากเว็บไซต์ แคตตาล็อก จากร้านค้าที่จำหน่ายคาร์ซีท เป็นข้อมูลพิจารณาเลือกคาร์ซีทรุ่นที่ตรงความต้องการ
    Inbox : m.me/ailebebethailand  , Website : http://ailebebethailand.com/
  • ลองคิดดูว่าคุณจะใช้คาร์ซีทอย่างไร ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องนำคาร์ซีทเข้าและออกจากรถบ่อยๆ อย่างต่อเนื่องอาจจะต้องเลือกคาร์ซีทมีที่นั่งน้ำหนักเบา หรือหากคุณเดินทางเป็นระยะทางไกลๆ คาร์ซีทที่ปรับเอนนอนได้สบายก็จะช่วยให้เด็กได้ผ่อนคลาย รู้สึกสบายและช่วยให้เด็กหลับได้อย่างสบาย

  • ตรวจสอบว่าคาร์ซีทที่กำลังตัดสินใจจะซื้อ สามารถติดตั้งกับรถยนต์ของคุณได้แน่นอน
  • สอบถามกับผู้ขายว่าคาร์ซีทเหมาะกับเด็กและรถของคุณหรือไม่ หรือลองหาคนที่จะช่วยให้คุณลองติดตั้งคาร์ซีทที่รถก่อนที่จะซื้อ
  • ตรวจสอบว่า พนักงานขายได้รับการฝึกอบรมในการเลือกและติดตั้งคาร์ซีท จากบริษัทผู้ผลิตโดยตรง เพื่อให้ได้รับคำแนะนำจากพนักงานขายที่ได้รับการฝึกอบรมมาแล้วอย่างถูกต้อง
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณสามารถคืนคาร์ซีทหรือเปลี่ยนหรือขอรับเงินคืนได้ หากไม่เหมาะสมกับการใช้งานจริง
  • ตรวจสอบว่าคาร์ซีทมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด 44.04 ของสหประชาชาติหรือค้นหาเครื่องหมาย ‘E’ หรือเป็นไปตามมาตรฐาน i-size ใหม่ (R129)

  • อย่าซื้อคาร๋ซีทมือสอง เพราะคุณไม่สามารถมั่นใจในประวัติของมันได้ อาจเป็นคาร์ซีทที่ผ่านการเกิดอุบัติเหตุมาแล้ว แม้ว่าภายนอกอาจจะดูดี แต่ก็อาจมีความเสียหายภายในที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
  • คาร์ซีทมือสองมีแนวโน้มที่จะเสื่อมสภาพขึ้น เมื่อเทียบกับการออกตามแบบตามมาตรฐานปัจจุบัน และประสิทธิภาพความปลอดภัยก็ลดลงด้วยเช่นกัน
  • หากจำเป็นต้องใช้คาร์ซีทมือสอง ควรใช้คาร์ซีทที่มาจากสมาชิกในครวบครัว หรือเพื่อนเท่านั้น เพราะคุณสามารถตรวจสอบประวัติของคาร์ซีทตัวนี้ได้ พร้อมคำแนะนำจากผู้ใช้เดิม

***สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากผู้เชี่ยวชาญ ได้ที่

ลูกรอดตายเพราะคาร์ซีท

คาร์ซีทหรือเบาะนั่งนิรภัยในรถยนต์สำหรับเด็ก คืออุปกรณ์ที่สำคัญมาก สำหรับเด็ก ซึ่งควรใช้ตั้งแต่แรกเกิด ในบางประเทศถึงกับออกกฎหมายบังคับ พ่อแม่ทุกคนต้องให้ลูกนั่งคาร์ซีทตั้งแต่ออกจากโพยาบาล คาร์ซีทจะช่วยปกป้องลูกน้อยระหว่างการเดินทางโดยรถยนต์  ในปัจจุบันประเทศไทยก็เริ่มให้ความสำคัญเรื่องคาร์ซีทมากขึ้น ถึงแม้จะยังไม่มีกฎหมายบังคับใช้ และคาร์ซีทมีราคาค่อนข้างแพง

วันนี้เรามีประสบการณ์จริง จากประโยชน์ของการใช้คาร์ซีท ที่คุ้มค่ามากเท่าชีวิต

คุณปีใหม่ คุณแม่มือใหม่ที่ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับคาร์ซีทเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ เธอให้ลูกนั่งคาร์ซีทตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลในวันแรก ช่วงนั้นค่อนข้างมีปัญหากับทางบ้านนิดหน่อย เนื่องจากคุณแม่ของเธอเป็นคนหัวโบราณ ไม่เข้าใจเรื่องคาร์ซีท และคิดว่าจะอุ้มหลานเอง อุ้มเองก็ต้องปลอดภัยอยู่แล้ว ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด เธอจึงต้องอธิบายให้คุณแม่เข้าใจอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่ค่อยเป็นผลเท่าไหร่

จนมาวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เธอเล่าว่า วันนั้นเธอ สามีและลูก กำลังเดินทางกลับจากจังหวัดชลบุรี  อยู่บนทางด่วนบูรพาวิถี สามีใช้ความเร็วปกติ เธอนั่งที่เบาะหลัง ส่วนน้องบีน่าลูกสาววัยเพียง 2 เดือน นอนหลับปุ๋ยอยู่ในคาร์ซีท เมื่อสามีขับออกมาจากช่องเก็บค่าทางด่วน สังเกตเห็นว่ารถคันหน้าที่ขับอยู่เลนขวา ขับช้าผิดปกติ สามีจึงจะแซงซ้ายขึ้นไป ทันใดนั้นรถคันหน้าก็เปลี่ยนเลนมาทางซ้ายกะทันหัน เลยชนเข้าอย่างแรง

เมื่อรู้ตัวอีกทีตัวเธอกระเด็นไปอยู่ที่เบาะหน้ามีรอยฟกช้ำ ระบมไปทั้งตัว  Airbag แตกรอบคัน พอมีสติก็รีบเปิดประตูรถไปดูน้องบีน่าก่อนเลย น้องบีน่ายังหลับปุ๋ยอยู่ในคาร์ซีทเหมือนเดิม ไม่มีร่องรอยบาดเจ็บใดๆ  นี่ถ้าอุ้มลูกไว้เองจะเป็นยังไงไม่อยากนึกเลย ตัวเองยังเอาไม่รอด ขอบคุณคาร์ซีทมากๆ ลูกรอดตายเพราะคาร์ซีทจริงๆ

หลังจากเหตุการณ์นี้ คุณแม่ของเธอก็เข้าใจประโยชน์ของคาร์ซีทแล้วว่าสำคัญมากเพียงใด ในวันนั้นคาร์ซีทได้ทำหน้าที่ปกป้องชีวิตหลานตัวน้อยเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด  และได้นำเรื่องนี้ไปบอกต่อ กับคนรู้จักว่า “หลานฉันรอดมาได้เพราะคาร์ซีทแท้ๆ”

คุณปีใหม่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวให้ทางทีมงาน Ailebebe Thailand ได้ทราบ ทางเราจึงได้นำคาร์ซีทตัวใหม่ไปเปลี่ยนให้เธอ และน้องบีน่าถึงที่บ้าน ซึ่งเป็นบริการหลังการขายของเรา คาร์ซีท Ailebebe เอ-เล-เบ-เบ รับประกันความปลอดภัย เปลี่ยนคาร์ซีทตัวใหม่ให้ทันทีหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ส่วนคาร์ซีทตัวเก่าที่ผ่านการเกิดประสบอุบัติเหตุมาแล้ว ทางเราจะเก็บมาเพื่อทำลายทิ้ง เพราะระบบภายในอาจมีรอยแตกหัก ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อลูกน้อยได้

** หวังว่าเรื่องราวนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านที่รักลูกสุดหัวใจ **


***สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากผู้เชี่ยวชาญ ได้ที่

คาร์ซีทก็มีวันหมดอายุเหมือนกันนะ

ในประเทศสหรัฐอเมริกา กฏหมายกำหนดให้ผู้ผลิตคาร์ซีทจะต้องระบุวัน/เดือน/ปีที่ผลิตและวันหมดอายุของคาร์ซีท บนผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น เพื่อกำหนดอายุการใช้งานของคาร์ซีทที่แท้จริง โดยกฏหมายไม่ได้ระบุอายุการใช้งานที่ชัดเจนเพราะขึ้นอยู่กับวัสดุและโครงสร้างที่ใช้ผลิตคาร์ซีท โดยส่วนใหญ่คาร์ซีทที่ขายในสหรัฐอเมริกาจะมีอายุการใช้งานประมาณ 6 ปี นับจากวันที่ผลิต (มิใช่วันที่ซื้อ) ในขณะที่บางรุ่นที่อาจมีการใช้วัสดุอย่างดีหรือมีการเสริมโครงสร้างพิเศษอาจสามารถใช้งานได้ถึง 9 ปี

อย่างไรก็ตามคาร์ซีทที่มิได้จำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกามักไม่ได้มีข้อมูลเกี่ยวกับวันที่ผลิตหรือวันหมดอายุให้ไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นวิธีการตรวจสอบง่ายๆ คือหลีกเลี่ยงการใช้คาร์ซีทเก่า คาร์ซีทมือสอง คาร์ซีทตกรุ่น หรือคาร์ซีทที่เก็บไว้เป็นเวลานาน

เมื่อคาร์ซีทหมดอายุจะเป็นเช่นไร? คาร์ซีททุกตัวมีโครงสร้างพลาสติกเป็นส่วนประกอบหลัก และคาร์ซีทเป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในรถยนต์ ซึ่งเมื่อมีการใช้งานเป็นเวลานาน ความร้อนและแสง UV จะทำให้พลาสติกเสื่อมสภาพ กรอบ แตกหักง่าย นอกจากนี้แสง UV ยังทำให้วัสดุรองรับแรงกระแทกและเบาะรองตัว หมอนรองศีรษะทารกที่เคยนุ่มกลับแข็งและขาดความยืดหยุ่นจึงไม่สามารถใช้ปกป้องทารกได้

และโดยเฉพาะในเมืองไทยที่มีอากาศร้อนและแสงแดดจัด คาร์ซีทที่ถูกติดตั้งทิ้งไว้ในรถอาจมีอายุการใช้งานที่สั้นกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นจึงแนะนำให้ควร ถอดและเก็บคาร์ซีทออกจากรถในกรณีที่ไม่ได้มีการใช้งานเป็นเวลานาน เพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งานของคาร์ซีทให้มีสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้ได้นานขึ้น

ด้วยเหตุนี้เอง ห้างสรรพสินค้า Kohl เมืองควินซี่ย์  ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงมีการจัดงานแลกเปลี่ยนคาร์ซีทมือสองที่ลานจอดรถของห้าง  สำหรับผู้โชคดีจำนวน 300 คนแรก สามารถนำคาร์ซีทอันเก่ามาแลกเป็นคาร์ซีทอันใหม่ได้ แค่จ่ายเงินเพิ่มเพียง 10 ดอลล่า เท่านั้น เพื่อลดการใช้คาร์ซีทที่เสื่อมสภาพหรือหมดอายุแล้ว

นายอดัม ครันทรี่ พนักงานของห้าง  Kohl ได้กล่าวว่า เพื่อความปลอดภัยของเด็กๆแล้ว เราสนับสนุนให้ทุกคนใช้คาร์ซีทอันใหม่ หรือหันมาใช้คาร์ซีทในรถยนตร์เพื่อป้องกันความปลอดภัยของเด็กๆ  มีคนจำนวนมากที่ไม่รู้เลยว่าคาร์ซีทมีอายุการใช้งาน 6 ปี หรือ คาร์ซีทที่ใช้อยู่นั้นเคยประสบอุบัติเหตุมาก่อน และมีรอยแตกหัก ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อลูกน้อยได้ ดังนั้นเราจึงอยากให้คุณเปลี่ยนอันใหม่เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยของคุณ

สิ่งสำคัญที่สุดเลยคือไม่ควรซื้อคาร์ซีทที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่ามันผ่านการใช้งานแบบใดมาบ้าง  จงจำไวว่า “อย่าเสี่ยงชีวิตและความปลอดภัยของลูกน้อยเพียงเพื่อจะได้ซื้อของที่ราคาถูก”


***สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากผู้เชี่ยวชาญ ได้ที่

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้คาร์ซีท

ในสมัยนี้หลายครอบครัวมีความตื่นตัวและเข้าใจถึงความจำเป็นในการใช้คาร์ซีทเพราะต้องการให้ลูกรักได้เดินทางอย่างปลอดภัยกันมากขึ้น ถึงแม้ว่าในประเทศไทยจะยังไม่มีกฎหมายบังคับใช้แต่จะเห็นได้ว่า เดี๋ยวนี้มองไปทางไหน รถที่มีเด็กเล็กๆ โดยสารมาด้วยก็มักจะมีคาร์ซีทติดรถกันไว้แทบทุกบ้าน บางครอบครัวมีรถหลายคันก็หาคาร์ซีทมาติดรถไว้ทุกคันซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่การที่เรามีคาร์ซีทตั้งไว้ในรถก็ไม่ได้แปลว่าลูกเราจะปลอดภัยเสมอไป ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เราต้องคำนึงถึงในการใช้คาร์ซีทเพื่อให้มั่นใจว่าคาร์ซีทจะช่วยปกป้องลูกน้อยในยามคับขันเมื่อถึงคราวเกิดอุบัติเหตุได้จริงๆ แล้วสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องคำนึงถึงนั้นมีอะไรบ้าง เรามาดูกัน

1.เลือกซื้อคาร์ซีทโดยดูอายุเด็กเพียงอย่างเดียว

จริงอยู่ที่คาร์ซีทส่วนใหญ่จะมีการกำหนดมาตรฐานช่วงอายุที่เหมาะสมในการใช้ไว้อย่างชัดเจน แต่อย่าลืมว่าเกณฑ์ที่กำหนดมานั้นเป็นมาตรฐานของเด็กทั่วไป การเลือกคาร์ซีทที่เหมาะกับลูกเราจริงๆ ต้องดูที่น้ำหนักและส่วนสูงของลูกเราเป็นสำคัญ เพราะเด็กแต่ละคนมีพัฒนาการด้านความสูงและขนาดตัวที่ต่างกัน ***ดังนั้นเราจึงต้องเทียบความสูงและน้ำหนักของลูกเรากับเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ใช่ดูแค่เพียงอายุอย่างเดียว

2.คาร์ซีทคุณภาพดี แบรนด์ดัง มีมาตรฐาน แต่ติดตั้งไม่ถูกวิธี

นอกจากการเลือกใช้คาร์ซีทคุณภาพดี มีมาตรฐานแล้ว การติดตั้งคาร์ซีทอย่างถูกต้องถือเป็นหัวใจหลักในการสร้างความปลอดภัยให้กับลูกรัก  คุณพ่อคุณแม่ควรศึกษาคู่มือการใช้งานอย่างละเอียด  ถ้าไม่เข้าใจหรือไม่มั่นใจควรให้ผู้ขาย หรือศูนย์บริการที่จำหน่ายคาร์ซีทที่มีความรู้ความเชียวชาญของแบรนด์นั้นๆ ช่วยแนะนำการติดตั้งอย่างถูกวิธี เพราะคาร์ซีทแต่ละรุ่น และแต่ละแบรนด์มีการออกแบบการใช้งานและการติดตั้งที่แตกต่างกัน อย่าเหมารวมว่าทุกคนที่ขายคาร์ซีทจะสามารถติดตั้งคาร์ซีทได้ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ควรขอคำแนะนำจากศูนย์บริการของผู้นำเข้าหรือผู้ผลิตโดยตรงดีกว่าเพื่อความมั่นใจ

3.มีคาร์ซีทคุณภาพดี ติดตั้งถูกวิธี แต่ไม่ฝึกให้ลูกหัดนั่ง

หลายครอบครัวยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินเลือกคาร์ซีทอย่างดี เมื่อซื้อมาแล้ว คุณพ่อคุณแม่ศึกษาข้อมูลติดตั้งอย่างถูกวิธีกันอย่างเต็มที่ แต่พอถึงเวลาเอาลูกลงนั่งจริงๆ ลูกร้องงอแงเสียงดัง ลำพังคุณพ่อคุณแม่เองก็อดทนไม่ได้น้ำตาไหลตาม คุณย่าคุณยาย อากงอาม่า รวมถึงพี่เลี้ยงที่ไม่เข้าใจความจำเป็นการใช้คาร์ซีท ยังบ่นตลอดทางว่าเป็นพ่อแม่ใจร้ายทิ้งให้ลูกร้องไห้จนใจจะขาด สุดท้ายก็ต้องถอดเข็มขัดเอาลูกออกมาอุ้มทุกครั้ง จนลูกไม่มีความคุ้นเคยกับการนั่งคาร์ซีท และสรุปเอาว่าลูกไม่ยอมนั่ง

ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเด็กทุกคนต้องการเวลาและการฝึกฝนเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับสิ่งของทุกอย่างรอบตัว การให้เวลากับลูกได้ค่อยๆ สร้างความคุ้นเคยด้วยการนั่งคาร์ซีทบ้างครั้งละ 10-15 นาที อย่างต่อเนื่องจะช่วยทำให้เด็กเข้าใจและเริ่มร้องไห้น้อยลง จากเดิมที่เคยร้องตลอด15 นาทีเต็ม เค้าจะค่อยๆ ร้องไห้ลดลงจนยอมนั่งในที่สุด

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องใจแข็งและท่องไว้ว่าเด็กสามารถร้องไห้ได้เป็นชั่วโมงโดยที่ไม่เป็นอะไร ถ้าร้องจนเหนื่อยเค้าจะหลับไปเอง แต่ถ้าลูกไม่นั่งคาร์ซีทเพียงแค่เสี้ยววินาทีที่รถเราเกิดอุบัติเหตุนั่นหมายถึงชีวิตน้อยๆ ที่อาจไม่มีอนาคตที่สวยงามอย่างที่เราวาดฝันไว้

4.แค่ลูกยอมนั่งก็พอแล้ว รัดเข็มขัดหลวม หรือรัดแค่ตรงเอวก็พอ ลูกจะได้ไม่อึดอัด

เพราะคาร์ซีทคืออุปกรณ์รองรับความปลอดภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุไม่ใช้แค่เพียงเก้าอี้ให้เด็กนั่งสบายๆ  การรัดเข็มขัด 5 จุด (ไหล่และขาทั้ง 2 ข้างเข้ากับเป้าตรงกลาง) แบบหลวมๆ แรงกระชากของรถขณะเบรคกระทันหันจะทำให้ศีรษะและลำตัวถูกดึงไปข้างหน้าและกระแทกกับเบาะในจังหวะย้อนกลับ กระดูซี่โครงอาจหัก ศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรงซึ่งอาจส่งผลให้บาดเจ็บถึงขั้นพิการได้  ในรายที่อันตรายยิ่งกว่าคือการให้ลูกนั่งคาร์ซีทแต่รัดเข็มขัดแค่เอว เวลาเกิดอุบัติเหตุ เมื่อรถหยุดแบบกระทันหัน  แรงของรถขณะเบรคจะกระชากตัวเด็กออกจากคาร์ซีทส่งผลให้ศีรษะและลำตัวส่วนบนทั้งหมดพุ่งไปข้างหน้า และถูกกระแทกเข้ากับเบาะคาร์ซีทอย่างรุนแรงเป็นเหตุให้เด็กพิการหรือเสียชีวิตได้เช่นกัน ซึ่งในกรณีหลังนี้ระดับการสูญเสียหรือบาดเจ็บที่หนักกว่าในกรณีแรกอย่างมาก

5.ส่วนใหญ่ขับรถเองไปไหนมาไหนกะลูก 2 คน ก็ให้ลูกนั่งคาร์ซีทอยู่เบาะหน้าข้างๆ กัน ลูกจะได้ไม่เหงา

รถสมัยนี้ส่วนใหญ่มี Airbag คู่หน้าเป็นมาตรฐานทุกคันเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารเมื่อเกิดอุบัติเหตุ โดย Airbag จะทำงานทันทีเมื่อรถเกิดการชนอย่างรุนแรง แต่เนื่องจาก Airbag ถูกออกแบบมาให้ใช้ปกป้องผู้ใหญ่ ที่มีพัฒนาการ กระดูสันหลัง คอ และศีรษะที่เต็มวัยแล้ว การให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี นั่งในตำแหน่งที่มี Airbag การทำงานของ Airbag จะเกิดการกระแทกอย่างรุนแรงโดยตรงต่อตัวเด็ก หรือต่อคาร์ซีท อาจทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว ดังนั้นตำแหน่งที่เด็กควรนั่งหรือควรติดตั้งคาร์ซีทคือเบาะหลังซึ่งจะปลอดภัยที่สุด

6.จริงหรือ? คาร์ซีทมือสองที่ซื้อมาจากร้านขายรถเข็นเด็กมือสอง คาร์ซีทมือสอง มันก็ใช้ได้ปลอดภัยเหมือนๆ กัน

เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็มีขายมือสอง ยิ่งของใช็เด็กอย่างรถเข็นมือสอง คาร์ซีทมือสองยิ่งเป็นที่นิยม เพราะหลายคนมักใช้ข้ออ้างที่ว่า “คาร์ซีทแพง ยังไม่รู้เลยว่าลูกจะยอมนั่งหรือเปล่า ซื้อคาร์ซีทมือสองก็ได้ ประหยัดดี” หรือาจหลงเชื่อคำอวดอ้างจากร้านขายคาร์ซีทมืองสองว่าเป็นคาร์ซีทมือสองนำเข้าจากญี่ปุ่น สภาพดี  สภาพใหม่ ปลอดภัยเหมือนๆ กัน

จริงๆ แล้วการใช้คาร์ซีทมือสองนั้นไม่ได้ผิดอะไร ถ้าคุณมั่นใจว่ารู้จักเจ้าของคนก่อนเป็นอย่างดีและรู้ว่าคาร์ซีทมือสองนั้นไม่เคยผ่านการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงมาก่อน เพราะคาร์ซีทที่เคยผ่านการเกิดอุบัติเหตุมาแล้วจะไม่สามารถรองรับการเกิดอุบัติเหตุได้อีก

เมื่อเกิดอุบัติเหตุ แรงเหวี่ยงแรงกระชากจากการหยุดรถอย่างกระทันหันอาจทำให้รอยเย็บเข็มขัดนิรภัยขาด  อุปกรณ์ที่ติดตั้งเพื่อหน่วงรั้งตัวเด็กที่อยู่ด้านในคาร์ซีทอาจมีการแตกหัก โครงสร้างพลาสติกฉีกขาด รวมถึงตัวล๊อก Belt Clipต่างๆ สำหรับยึดติดกับตัวรถอาจแตกหักหรือเสื่อมได้ จึงทำให้คาร์ซีทไม่สามารถปกป้องลูกน้อยในขณะเกิดอุบัติเหตุได้อีก

ถึงแม้ว่าคาร์ซีทมือสองนั้นอาจจะไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ แต่คาร์ซีทมือสองส่วนใหญ่จะมีอุปกรณ์ไม่ครบ หมอนรองตัว หมอนรองศีรษะที่จำเป็นสำหรับเด็กแรกเกิดและป็นอุปกรณ์ตามมาตรฐานขาดหายไป เด็กนอนแล้วไม่ได้องศาที่เหมาะสมส่งผลให้หลัง คอ และศีรษะไม่ได้รับการปกป้อง และเด็กไม่ได้นอนอยู่ในท่าที่ถูกต้อง นอกจากจะเป็นอันตรายแล้วยังทำให้กระดูกอ่อนๆทียังไม่สมบูรณ์เติบโตผิดรูปจากการใช้งานอย่างต่อเนื่องได้ รวมถึงคู่มือการติดตั้งที่ขาดหายไป ทำให้การติดตั้งไม่ถูกต้องและเป็นอันตรายโดยที่คุณไม่รู้

นอกจากนี้คาร์ซีทก็มีอายุการใช้งานเหมือนๆ กับของใช้ทั่วไป วัสดุรองรับแรงกระแทกไม่ว่าจะเป็นแบบโฟม เจล หรือฟองน้ำในคาร์ซีทมือสองที่เคยนุ่มมักจะเสื่อมและแข็งไม่สามารถรองรับแรงกระแทกได้จริง รวมถึงโครงพลาสติกที่อาจจะกรอบและแตกหักง่ายไม่มีความยืดหยุ่นเหมือนของใหม่ อย่างไรก็ตามหากคุณพ่อคุณแม่มีความจำเป็นต้องใช้คาร์ซีทมือสองจริงๆ ควรเลือกรับคาร์ซีทมือสองจากคนใกล้ชิดที่เราไว้ใจได้ว่าคาร์ซีทนั้นไม่เคยผ่านการเกิดอุบัติเหตุและไม่เก่าจนเกินไป ควรตรวจสอบสภาพของคาร์ซีทมือสองนั้นอย่างละเอียดเพื่อให้มั่นใจว่าคาร์ซีทจะช่วยปกป้องชีวิตลูกน้อยได้จริง

(สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอันตรายจากการใช้คาร์ซีทมือสองและวิธีตรวจสอบได้จาก หน่วยงานรัฐบาลด้านความปลอดภัยในรัฐนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา http://safeny.ny.gov/sesa-chk.htm 🙂


***สอบถามเพิ่มเติมหรือขอคำแนะนำในการเลือกคาร์ซีท

การเลือกคาร์ซีท carseat อย่างไร ให้ปลอดภัยสูงสุดสำหรับลูกน้อย

   ในหลายประเทศได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับ ความปลอดภัย โดยให้เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 6 ปี ต้องใช้คาร์ซีททุกครั้งที่เดินทางโดยรถยนต์ คาร์ซีท carseat สำหรับเด็กที่อายุน้อยกว่า 6 ปี ต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยตามที่กฏหมายกำหนด เพื่อป้องกันลูกน้อยจากการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จากอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน บนท้องถนน

   ผู้ที่ใช้รถยนต์มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฏจราจร หากคุณเดินทางพร้อมกับลูกน้อย การที่อุ้มลูกไว้ที่ตัก ก็อาจจะมีโอกาสที่คุณไม่สามารถอุ้มลูกได้อย่างมั่นคง เพราะในการเกิดอุบัติเหตุขึ้น จะมีแรงเหวี่ยงที่มหาศาลเกินที่เราจะต้านทางได้ ลูกของคุณก็มีโอกาสที่จะได้รับบาดเจ็บสูงค่ะ ดังนั้นการมีคาร์ซีท ที่ปลอดภัยในรถยนต์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยลดการบาดเจ็บของลูกน้อยได้ 

   ทั้งนี้การใช้คาร์ชีทที่ไม่ถูกต้อง เช่น การติดตั้งที่ผิดวิธี ก็อาจจะก่อให้เกิดความเสี่ยงกับเด็กมากขึ้น ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ฉะนั้น ก่อนซื้อคาร์ซีทคุณควรศึกษาข้อมูล การใช้งานที่ถูกวิธีอย่างละเอียด และเลือกคาร์ซีท carseat จากบริษัทผู้ผลิตที่ผ่านมาตรฐานการทดสอบความปลอดภัยแล้วเท่านั้น

  • จากสถิติ การเกิดอุบัติเหตุพบว่า เด็กที่อายุต่ำกว่า 6 ปี เสียชีวิตเพิ่มขึ้น เป็น 4 เท่า เพราะการไม่ใช้คาร์ซีทในรถยนต์
  • จากผลสำรวจเมื่อปี 2008 โดยองค์การทางรถยนต์ประเทศญี่ปุ่น ( Japan Automobile Federation :JAF) เกี่ยวกับการใช้งาน

ข้อควรระวัง เมื่อใช้งานคาร์ซีท carseat ไม่ถูกวิธี

   ผลจากการสำรวจ พบว่า 32.7 % คาร์ซีทที่ใช้งานอยู่นั้นติดตั้งผิดวิธีและไม่หนาแน่น และ 67.3 % พบว่า ยังใช้งานไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้ง การล็อคเข็มขัดนิรภัยที่ยึดในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมถึงแม้ว่าคุณจะเลือกใช้คาร์ซีท carseat ที่ดีที่สุดแล้ว แต่หากการใช้งานไม่ถูกวิธีก็เท่ากับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับเด็ก เพื่อลดปัญหาดังกล่าว เราควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งานคาร์ซีทให้ถูกต้อง ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อคาร์ซีท

   คุณควรศึกษาข้อมูลว่า คาร์ซีท carseat รุ่นใดที่เหมาะสมกับรถของคุณ และ การใช้งานที่ถูกต้องเป็นอย่างไร โดยขอคำปรึกษากับพนักงานขาย จุดสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ก่อนใช้งานทุกครั้งต้องตรวจสอบว่าคาร์ซีทที่ใช้อยู่ มีจุดบกพร่องหรือติดตั้งอย่างปลอดภัยหรือไม่

   ปัจจุบันมีคาร์ซีท carseat อยู่ 3 ประเภท ที่สามารถเริ่มใช้กับทารกตั้งแต่แรกเกิด จนกระทั่งเด็กโตค่ะ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับลักษณะการปรับพนักพิงของคาร์ซีท carseat ให้เหมาะสมกับวัยและน้ำหนักตัวเด็ก

จุดสำคัญในการเลือกคาร์ซีท carseat ที่ปลอดภัยแก่ลูกน้อย

  1. เลือกคาร์ซีท carseat ให้เหมาะสมกับสรีระของลูกน้อย

เนื่องจากอวัยวะต่างๆของเด็กยังไม่พัฒนาอย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นศีรษะ คอ กระดูกสันหลัง ระบบการนอนหรือการปรับอุณหภูมิของร่างกาย จนกว่าเด็กจะสามารถนั่งได้ด้วยตัวเอง คุณแม่ควรใส่ใจเลือกคาร์ซีทที่เหมาะสมที่จะต้องสามารถประคองเด็กโดยไม่ก่อให้เกิดแรงกดบนตัวเด็กและมีเบาะที่ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป

  1. ตรวจสอบดูว่าคาร์ซีทcarseat นั้นติดตั้งบนรถของคุณได้อย่างถูกต้องหรือไม่

บางครั้งคาร์ซีท carseat ที่คุณชอบนั้นอาจจะไม่สามารถติดตั้งที่รถของคุณได้ หรือยากแก่การที่จะติดตั้งให้ถูกต้อง ดังนั้นควรตรวจสอบจุดนี้ไม่ดีก่อนตัดสินใจซื้อ

  1. เลือกคาร์ซีทcarseat ที่ได้มาตรฐานระดับสากล

คุณย่อมต้องการที่จะให้ลูกน้อยได้รับความปลอดภัยสูงสุดใช่ไหม ดังนั้นมาตราฐานระดับสากลก็เป็นการรับประกันคุณภาพของคาร์ซีท ว่าปลอดภัยกับลูกน้อยของคุณ

เช่น คาร์ซีท carseat ที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 1ตุลาคม 2006 ที่ประเทศญี่ปุ่นได้มีการประกาศใช้กฎหมายเกี่ยวกับคาร์ซีท เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของสหภาพยุโรป ( EC standard: ECE-R44/04) นอกจากนี้มาตรฐานดังกล่าวยังถูกบังคับใช้กับคาร์ซีททุกประเภทของประเทศญี่ปุ่น ที่ผลิตหลังเดือนกรกฎาคม 2012 ดังนั้นคุณจึงมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์จากประเทศญี่ปุ่นมีมาตราฐาและคุณภาพที่สูง

***การฝึกลูกนั่งคาร์ซีท คุณพ่อคุณแม่ควรพูดกับลูกบ่อย ๆ ให้ลูกเข้าใจว่าเขาจะต้องนั่งคาร์ซีท เพราะพ่อแม่รัก อยากให้เขาปลอดภัย ในช่วงแรก ๆ ลูกอาจร้องไห้งอแง คุณแม่ควรนั่ง เป็นเพื่อนลูกอยู่ด้านหลัง คุยกับเขา เล่นกับเขา เล่านิทานให้เขาฟัง ให้รู้สึกเพลิดเพลิน และเคยชิน จากนั้นเขาก็จะร้องไห้น้อยลง จนไม่ร้องไห้อีกเลย


***สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากผู้เชี่ยวชาญ ได้ที่

ประสบการณ์จริงจากคุณพ่อลูกสอง บทเรียนจากรถคว่ำ……คาร์ซีทสำคัญไฉน ???

  • ความเชื่อแรกที่ต้องมี..คาร์ซีทคือสิ่งสำคัญ

เคยคิดไหมว่าถ้าวันหนึ่งคุณขับรถประสบอุบัติเหตุจนทำให้ลูกน้อยๆ ของคุณได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต คุณจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง??

ผมถือว่าผมเป็นคนที่โชคดีคนหนึ่งที่ได้รับการปลูกฝังให้เห็นความสำคัญของคาร์ซีทสำหรับเด็กๆ ทั้งจากคุณหมอประจำตัวลูกๆ พี่สาว ภรรยา ตลอดจนเพื่อนๆของผมและภรรยาที่เคยมีลูกมาก่อน ที่พร่ำสอนว่า ต้องให้เด็กนั่งคาร์ซีททุกครั้งที่ขึ้นรถนะ…

  • การฝึกและมีวินัยในการฝึกลูกเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก

ทุกครั้งที่ผมเดินทางไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ผมกับภรรยาจะให้ลูกๆนั่งคาร์ซีทตลอดเวลา ถึงแม้ช่วงแรกๆ (รวมถึงช่วงหลังๆด้วยบางเวลา) เค้าจะร้องไห้ฟูมฟายก็ตาม เราก็ต้องใจแข็งปล่อยให้ร้องไห้ไป เพราะถือคติว่า “safety first” พอนานๆเข้า เด็กๆก็จะเริ่มรู้เงื่อนไขเองว่า ถ้าไม่นั่งบนคาร์ซีทจะไม่ได้ขึ้นรถไปด้วย แม้แต่วันแรกที่พาลูกออกจากโรงพยาบาลหลังคลอด ผมและภรรยาก็ให้ลูกน้อยนั่งคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด

…เชื่อว่าพ่อแม่หลายคนมักจะใจอ่อน และมักจะคิดว่านิดหน่อยคงไม่เป็นอะไร แต่อย่าลืมว่าอุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้ทุกวินาทีจริงๆ แข็งใจปล่อยให้ลูกร้องไห้ ดีกว่าไม่มีโอกาสให้เขาได้ร้องไห้นะครับ…

  • การเลือกคาร์ซีทตามช่วงวัยของลูกน้อยเพื่อความเหมาะสมและปลอดภัยสูงสุด

กระนั้นก็ดี ด้วยความที่คาร์ซีทยี่ห้อดีๆมักจะมีราคาสูง(มาก) เดิมทีผมมีลูกชายคนเดียวก็มีสำหรับเด็กแรกเกิดถึงสองขวบ ต่อมาพอน้องปัณณ์โตขึ้นก็กัดฟันควักกระเป๋าซื้อสำหรับเด็ก 1-5 ขวบ มาอีกตัว จากนั้นพอผมมีน้องปุณณ์ ลูกสาวอีกคนที่อายุย่างเข้า 9 เดือน ภรรยาก็อยากได้ คาร์ซีทที่แข็งแรงๆ อีกอันไว้ให้น้องปัณณ์นั่ง ส่วนน้องปุณณ์จะขยับมานั่งอันที่สองแทน ผมก็คัดค้านเพราะเห็นว่าสิ้นเปลือง อันแรกยังใช้ได้อยู่เลย… แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ยอมควักเงินอีกสองหมื่นกว่าซื้อมาอีกตัวอย่างเสียไม่ได้

  • ประสบการณ์จริงอุบัติเหตุที่รุนแรงแต่ลูกน้อยปลอดภัยเมื่อนั่งคาร์ซีท

หลังจากซื้อมาได้เพียงเดือนเดียว เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันและร้ายแรงที่สุดในชีวิตผมก็เกิดขึ้นจนได้ ผมกับครอบครัวเดินทางไป กทม. โดยลูกชายผมนั่งคาร์ซีทตัวใหม่อยู่ด้านข้างคนขับ (ขยับเบาะให้ไกลจาก console หน้ารถเท่าที่จะทำได้ด้วยนะครับ) ลูกสาวนั่งบนคาร์ซีทตรงกลางเบาะคนนั่ง หันหลังให้กับถนน โดยมีภรรยาและพี่เลี้ยงนั่งขนาบข้าง ระหว่างทางกลับโคราชบนถนนมิตรภาพใกล้ถึงสระบุรี รถผมเกิดพลิกคว่ำข้ามเลนไปฝั่งขาเข้ากรุงเทพ ชนรถยนต์คันอื่นๆ อีก 4 คัน…สภาพก็อย่างที่เห็นครับ ภรรยาผมกระดูกต้นคอหัก นิ้วมือหัก 3 นิ้ว พี่เลี้ยงกล้ามเนื้ออักเสบไปทั้งตัว…แต่น้องปัณณ์ อายุ 2 ขวบ 5 เดือน น้องปุณณ์ อายุ 10 เดือน กลับไม่มีแม้แต่แผลถลอก!! หลายๆคนบอกว่าเพราะเด็กมีแม่ซื้อแม่กำเนิดคอยปกป้อง…แต่สำหรับผม เจ้าคาร์ซีทที่ภรรยาผมคะยั้นคะยอนักหนาให้ผมซื้อมานี่แหละ ที่ทำให้ลูกน้อยผมยังมีลมหายใจอยู่ได้ในตอนนี้ และตอนนี้เจ้าคาร์ซีททั้งสองอัน ยังไม่บุบสลาย ยังคงอยู่เพื่อทำหน้าที่ปกป้องลูกน้อยทั้งสองคนอยู่ต่อไป (ยี่ห้ออะไรก็ดูเอาเอง เดี๋ยวหาว่าโฆษณาแฝง ฮาาา)

***แก้ไขข้อมูลครับว่า คาร์ซีทที่ประสบอุบัติเหตุแล้วไม่ควรเอามาใช้ต่อครับ และมีหลายท่านแจ้งมาด้วยว่าคาร์ซีทบางยี่ห้อ เค้าเปลี่ยนตัวใหม่ให้ฟรีกรณีเกิดอุบัติเหตุครับ

  • บทสรุปเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน

ถ้าตอนนั้นผมดื้อรั้นไม่ซื้อเพราะเพียงเหตุผลว่า “แพง เดี๋ยวค่อยซื้อก็ได้” ตอนนี้ผมอาจจะไม่มีโอกาสได้กอดลูกผมคนใดคนนึงก็ได้ …เงินสองสามหมื่น ก็ไม่ใช่เงินน้อยๆ แต่เมื่อเทียบกับชีวิตลูกทั้งชีวิตแล้ว คงไม่ต้องพูดต่อกระมังว่ามันคุ้มค่าแค่ไหน… แค่คิดว่าผมเป็นคนขับรถจนเกิดอุบัติเหตุ แถมยังไม่ยอมซื้อ คาร์ซีทจนต้องสูญเสียลูกไป ผมยังคิดไม่ออกเลยว่าผมจะดำรงชีวิตต่อไปอย่างไร….

หวังว่าบทเรียนบทนี้จะเป็นอุทาหรณ์ให้คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็กๆ รวมถึงคนที่กำลังจะได้เป็นพ่อแม่คน ให้คำนึงถึงความปลอดภัยของลูกน้อยให้มากๆ เงินเพียงสองสามหมื่นบาท แต่เมื่อเทียบกับชีวิตลูกทั้งชีวิตแล้ว ต่อให้ผมยากจนกว่านี้ ผมก็ยังยืนยันที่จะกัดฟันซื้อมาใช้อยู่เช่นเดิม…หากจะคำนวณเป็นตัวเงินง่ายๆ คาร์ซีทราคาอย่างสูง 3 หมื่นบาท ใช้ได้อย่างต่ำสำหรับช่วงอายุ 3 ปี ตกเฉลี่ยเพียงวันละประมาณ 27 บาท… อย่าคิดว่าอุบัติเหตุเป็นเรื่องไกลตัว อย่าคิดว่าการอุ้มลูกบนรถจะปกป้องลูกได้ดีที่สุด เพราะหากเกิดเหตุขึ้นแล้วไม่มีใครที่มีสติดีพอที่จะคอยปกป้องลูกได้หรอกครับ…!!!

สรุปคือ

  1. อย่าคิดว่าแพง หากพอที่จะซื้อได้จงซื้อซะ
  2. ซื้อมาแล้วอย่าใจอ่อน เด็กร้องไห้แน่ๆ แต่คิดว่าเสมอว่า safety first
  3. อย่าคิดว่าขับรถใกล้ๆ ขับช้าๆ คงไม่เป็นไร เพราะหากรถชนขึ้นมามันมีแรงกระแทกมากพอที่จะทำให้เด็กเล็กๆ ได้รับอันตรายได้
  4. ศึกษาและติดตั้งให้ถูกวิธีนะครับ (เห็นบางคนจับลูกนั่ง car seat จริง แต่ไม่คาดสายรัดเด็กเลย มันจะมีประโยชน์อะไร!)

สำหรับในกรณีนี้ทาง เบบี้ กิ๊ฟ ได้จัดเปลี่ยนคาร์ซีทใหม่ให้กับครอบครัวลูกค้า เพราะคาร์ซีทที่ผ่านการเกิดอุบัติเหตุหนักมาแล้วนั้นไม่ควรนำกลับมาใช้อีกเพราะความแข็งแรงและความปลอดภัยจะต่ำลงไม่สามารถใช้ปกป้องในการเกิดอุบัติเหตุครั้งต่อไปได้อีก

ขอบคุณประสบการณ์อุบัติเหตุในครั้งนี้ ที่คุณพ่อได้นำมาเผยแพร่เพื่อเป็น อุทาหรณ์ให้กับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านค่ะ

Cradit Facebook : Wiroon Jintanakul


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เพราะคาร์ซีทช่วยชีวิตลูกรักไว้ แม่นานาเตือนภัยอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

เพราะคาร์ซีทหรือเบาะนั่งนิรภัยในรถยนต์สำหรับเด็กช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ คาร์ซีทจะช่วยรองรับศีรษะ คอ กระดูกสันหลัง ที่ยังไม่แข็งแรงของเด็กเล็ก

  • ผ่านมาตราฐานและความปลอดภัยแล้วทั้งในญี่ปุ่นและยุโรป
  • Ailebebe มีห้องทดสอบความปลอดภัยเฉพาะของเราเอง
  • คาร์ซีททุกตัวจะผ่านการทดสอบแล้วมาอย่างเข้มงวด
  • ผลิตและประกอบทุกขั้นตอนในประเทศญี่ปุ่น
  • การรันตีด้วยรางวัล Sefety Award และรางวัลผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยม ปี 2007 จากประเทศญี่ปุ่น
  • ประกันอุบัติเหตุ 4 ปีเต็ม เปลี่ยนตัวใหม่ให้ทันทีหากเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝัน คลิกดูสิทธิประโยชน์…http://bit.ly/Helpcenter-การรับประกันอุบัติเหตุ

 ประสบการณณ์ตรงจากคุณแม่นานา เพราะมีคาร์ซีทจึงช่วยชีวิตลูกรักทั้งสองไว้ได้อย่างปลอดภัย

อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา” คำนี้ขอให้ตระหนัก เหตุเกิดขึ้นเมื่อวานนี้แต่แม่คนนี้ขอรวบรวมสติเล่าให้ทุกคนฟังตอนนี้ เหตุการณ์คือรถเราจอดติดไฟแดงแล้วมีรถบรรทุก (ใช่ค่ะ รถบรรทุก) พุ่งมาแบบเบรคไม่ทัน ถนนลื่น ฝนตก ชนเข้าไปท้ายรถแบบจังๆ กระจกด้านหลังแตกลงมาหมด ลูกๆบีน่าบรู๊คลินอยู่ในรถ เสียงกรีดร้องของลูกดังมาก ด้วยความตกใจ แต่น้องสองคนปลอดภัย เราได้พาน้องๆไปตรวจเช็คที่โรงพยาบาลเรียบร้อย เนื่องจากแรงกระแทกค่อนข้างแรงมาก แต่สิ่งนึงที่ขอใช้คำว่า “จำเป็น” และเป็นสิ่งที่เราต้องใช้อย่างยิ่งคือ Car seat ทำให้สองบีไม่ตกไปไหนนั่งติดเก้าอี้ ไม่เจ็บตรงไหน ก่อนหน้านี้ยอมรับตรงๆว่ามีบ้างที่เราเห็นว่าเดินทางใกล้ๆนั่งตักเราสะดวกดี แต่ตอนนี้คงต้องนั่ง car seat อย่างสม่ำเสมอแล้ว ยอมรับว่าเหตุการณ์นี้มันน่ากลัวจริงๆ นึกภาพไม่ออกว่าถ้าเด็กสองคนไม่ได้นั่ง Car seat จะเป็นยังไง เมื่อคืนก่อนหลับยังร้องไห้ ตอนนอนยังนอนผวา ร้องไห้ น่าสงสารที่สุด ฝากมาเล่าเพื่อแม่ๆทุกคนที่รักลูกสุดหัวใจได้ระมัดระวังเรื่องนี้นะคะ ด้วยหัวใจของคนเป็นแม่ค่ะ


CREDIT IG : nanarybena

ระวัง…ของหมดอายุ! เสี่ยงอันตรายต่อลูก

ของกินของใช้ของลูกวัยเบบี้ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ อาหารบางอย่าง แม้ไม่มีกลิ่นเน่าเสีย แต่ความจริงอาจเสื่อมคุณภาพก็ได้ รวมถึงของใช้หลาย ๆ อย่าง หากไม่รู้ หรือไม่ดูกันให้ดี เผลอ ๆ บางทีหมดอายุไม่รู้ตัว ก็เป็นอันตรายต่อลูกได้นะคะ

ไล่ลำดับ นับถอยหลัง

ของกินของใช้ที่จำเป็นของลูก 9 อย่างต่อไปนี้ จะเก็บได้นานแค่ไหน ของกินบางอย่างถ้ากินไม่หมด จะทำอย่างไร ของที่ใช้อยู่หมดอายุหรือยัง เรามีคำตอบให้ค่ะ

1.นมแม่ (ที่ปั๊มเก็บไว้) : อายุ 1-4 ชั่วโมง

นมแม่ที่ปั๊มเก็บไว้ให้ลูกกินนั้น เมื่ออยู่ในอุณหภูมิปกติ สามารถเก็บไว้ได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง แต่หากเก็บไว้ในตู้เย็นทั่วไปจะอยู่ได้ 4 ชั่วโมง

2.นมชง : อายุ 1-4 ชั่วโมง

ส่วนใหญ่เมื่อคุณแม่ชงนมเสร็จแล้วก็คงให้ลูกกินทันที หากลูกกินไม่หมดหลังจาก 1 ชั่วโมงไปแล้ว ควรทิ้งทันทีค่ะ แต่ถ้าเจ้าตัวเล็กยังไม่ได้กินนมที่คุณแม่ชงเลย สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมง

3.อาหารเสริมสำเร็จรูป (ชนิดที่กินได้ทันที) : อายุ 48 ชั่วโมง

นอกจากต้องสังเกตวันหมดอายุข้างบรรจุภัณฑ์แล้ว เมื่อเปิดขวดให้ลูกกินแล้ว ก็ควรจะตักใส่ถ้วยแบ่ง เพราะการป้อนอาหารลูกโดยการตักจากขวดโดยตรง จะทำให้แบคทีเรียที่อยู่ในน้ำลายปนเปื้อนอาหารเป็นสาเหตุให้บูดเร็ว

4.นมผงหลังเปิดใช้ : อายุ 1 เดือน

แม้ว่าจะยังไม่ถึงกำหนดวันหมดอายุที่ได้ระบุไว้บนฉลากก็ตาม แต่เมื่อเปิดใช้งานแล้ว นมผงของเจ้าตัวเล็กก็มีอายุอยู่ได้แค่เพียง 1 เดือนเท่านั้น คุณแม่ควรใช้ช้อนที่แห้งสนิทในการตักนม และระวังอย่าให้ช้อนเปียกน้ำ เพราะจะทำให้นมจับกันเป็นก้อน ที่สำคัญภาชนะบรรจุต้องสะอาด ทึบแสง มีฝาปิดมิดชิด ถ้าหากเป็นนมกระป๋องก็ควรระวังเรื่องของสนิมด้วยนะคะ

5.จุกนม : อายุ 3 เดือน

ตามปกติคุณพ่อคุณแม่จะเปลี่ยนขนาดจุกนมตามช่วงอายุของลูกค่ะ ซึ่งจุกนมแต่ละอันจะมีอายุการใช้งานไม่เกิน 3 เดือน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่จุกนมเริ่มเปลี่ยนสีหรือสีซีดลง บวม เนื้อยางนิ่ม นั่นก็แสดงว่าจุกนมใกล้เสื่อมสภาพแล้ว ควรเปลี่ยนให้เจ้าตัวเล็กทันที

6.ขวดนม : อายุ 6 เดือน-3 ปี

ขวดนมที่ยังไม่ผ่านการใช้งานจะมีอายุถึง 3 ปี แต่เมื่อถูกนำมาใช้แล้ว โดยทั่วไปจะมีอายุการใช้งานเพียง 6 เดือน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับวิธีทำความสะอาดและการดูแลรักษา และยิ่งขวดนมที่ถูกความร้อนบ่อย ๆ นั้นมีรอยร้าวไม่ใสดังเดิมแล้ว ก็ควรเปลี่ยนใหม่ทันทีค่ะ

7.โลชั่น แชมพู สบู่ และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด : อายุ 2 ปี

โดยทั่วไปเครื่องสำอางจะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ 2 ปี นับจากวันผลิต แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นออแกนิคจะมีอายุเพียง 1 ปีเท่านั้น เพราะฉะนั้นก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์มาใช้ควรอ่านฉลากให้ดีก่อน แต่ถ้าเกรงว่าจะใช้ไม่ทันก็ให้ซื้อขนาดเล็ก หรือซื้อในปริมาณที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงจะดีกว่าค่ะ

8.ผ้าอ้อมสำเร็จรูป : อายุ 3 ปี

ถึงจะมีอายุในการเก็บรักษานานที่สุด แต่ก็ต้องระวังการเสื่อมสภาพของแถบกาวหรือยางยืดด้วยค่ะ นอกจากนี้ก็ควรระวังเรื่องการเก็บรักษา ไม่ควรให้โดนความร้อนหรืออยู่ใกล้ความชื้นมากเกินไป เพราะอาจทำให้มีเชื้อราได้ และควรเก็บในหีบห่อที่มิดชิด เพื่อป้องกันฝุ่นและแมลงเข้าไปในห่อ

9 คาร์ซีท : อายุ 7 ปี

คาร์ซีททุกตัวมีโครงสร้างพลาสติกเป็นส่วนประกอบหลัก และคาร์ซีทเป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในรถยนต์ ซึ่งเมื่อมีการใช้งานเป็นเวลานาน ความร้อนและแสงUV จะทำให้พลาสติกเสื่อมสภาพ กรอบ แตกหักง่าย นอกจากนี้แสง UV ยังทำให้วัสดุรองรับแรงกระแทกและเบาะรองตัว หมอนรองศีรษะทารกที่เคยนุ่มกลับแข็งและขาดความยืดหยุ่นจึงไม่สามารถใช้ปกป้องทารกได้

***ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเด็กเล็ก เพราะฉะนั้นของกินของใช้ต่าง ๆ ถ้าไม่แน่ใจว่ายังใช้ได้อยู่หรือไม่ อย่าเสียดายเลยค่ะ เพราะถ้าเผลอป้อนนม หรืออาหาร รวมทั้งใช้ของหมดอายุกับลูก ได้ไม่คุ้มเสียนะคะ!!!

>>>ขอบคุณข้อมูลจาก : เกื้อกูล

รีวิวเปรียบเทียบคาร์ซีท Ailebebe Swingmoon Series

คาร์ซีท Ailebebe รุ่น Swingmoon Series
คาร์ซีทสำหรับเด็กเริ่มเข้าวัยเรียนรู้ ช่วงวัย 1 – 7 ปี หรือน้ำหนัก 9 – 25 kg. ที่ให้ความสบายและปลอดภัยสูงสุด
(New!!! คาร์ซีท Ailebebe รุ่น Swing Moon Premium S , รุ่น Swing Moon , รุ่น Swing Moon DX)

เหมือนกัน

Swingmoon Series-2

  • คาร์ซีทสำหรับเด็กวัย 1 – 7 ปี ติดตั้งได้ 2 แบบ ตามช่วงวัย
    – การติตดั้งแบบที่ 1 ช่วงวัย 1-4 ปี ใช้เข็มขัดนิรภัยที่รถยนต์ล็อคตัวคาร์ซีท และเข็มขัดนิรภัยที่คาร์ซีทล็อคตัวลูกน้อยเพื่อความปลอดภัย
    – การติดตั้งแบบที่ 2 ช่วงวัย 3-7 ปี สามารถใช้เข็มขัดนิรภัยที่รถยนต์ล็อคตัวลูกน้อยเพื่อความปลอดภัยได้เลย เพราะด้วยน้ำหนักลูกน้อยช่วงวัยนี้ จะมีมากพอที่จะช่วยกดทับคาร์ซีทให้อยู่อย่างมั่นคงได้

***เทคนิคการเลือกคาร์ซีท
ควรเลือกที่เหมาะกับน้ำหนักตัว และอายุของลูกน้อย อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อประกอบการตัดสินใจก็ได้ เพราะเด็กบางคนอายุมากแต่น้ำหนักตัวน้อย ในขณะที่บางคนอายุน้อยแต่สูงและน้ำหนักตัวมากค่ะ…^^

Swingmoon Series-3

  • ปรับเอนนอนได้ 3 ระดับ เพื่อความสบายของลูกน้อย และเพื่อการผ่อนคลายในการเดินทาง สามารถปรับเอนได้ทันทีที่ต้องการ โดยไม่ต้องทำการติดตั้งใหม่

Swingmoon Series-3 step

Step 1 – สำหรับพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ระหว่างเดินทาง โดยการนั่งเป็นระดับสายตาเดียวกัน
Step 2 – เพื่อการผ่อนคลายและชมทิวทัศน์ภายนอกได้อย่างสบาย
Step 3 – เมื่อต้องการนอนหลับพักผ่อน ก้สามารถปรับเอนนอนได้ทันที

Swingmoon Series-4

  • พนังพิงคาร์ซีทมีขนาดกว้าง (380 mm.) ที่นั่งขนาดใหญ่นั่งสบาย และปรับระดับเพิ่มความสูงได้ เหมาะสำหรับการรองรับลูกน้อยในช่วงวัยเจริญเติบโตได้อย่างดี

Swingmoon Series-5

  • เบาะรองนั่งคาร์ซีท บุด้วยฟองน้ำชนิดหนานุ่ม 2 ชั้น พร้อมผ้าหุ้มเบาะแบบตาข่าย ผิวสัมผัสนุ่ม ไม่ระคายเคืองผิว ระบายอากาศได้ดี และด้านหลังคาร์ซีทมีช่องระบายอากาศ ที่ช่วยทำให้การระบายความร้อน และระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

Swingmoon Series-8

  • ผ้ารองเบาะและชุด Support สามารถถอดออกได้อย่างง่าย ซักกับเครื่องซักผ้าได้ แต่ไม่ควรปั่นแห้ง ควรตากให้แห้งเองโดยธรรมชาติ เพื่อช่วยถนอมเนื้อผ้า และยืดอายุการใช้งานได้นานยิ่งขึ้น

ต่างกัน

Swingmoon Series-6

  • ชุด Support ประกอบด้วย หมอนประคองศีรษะและสะโพก ช่วยเพิ่มความสบาย ปลอดภัย และยังช่วยเพิ่มความกระชับสำหรับลูกน้อยที่อาจจะตัวเล็ก เพื่อให้นั่งในคาร์ซีทได้อย่างพอเหมาะพอดี (***ยกเว้นรุ่น Swing Moon)

Swingmoon Series-7

  • มีที่คล้องสายเข็มขัดนิรภัยที่ตัวคาร์ซีท เพราะที่คล้องจะช่วยให้สายไม่มาเกะกะ ทำให้เป้นเรื่องง่ายๆ แม้คุณแม่ที่ต้องอุ้มลูกน้อย และอยู่เพียงลำพัง (***มีเฉพาะรุ่น Swing Moon Premium S เท่านั้น)

สรุป

  • รุ่น Swing Moon Premium S รุ่นใหม่ล่าสุด!!! คือรุ่นที่มีฟั่งชันครบครัน สำหรับคุณแม่และลูกน้อยมากที่สุด
    ความสะดวกเพื่อคุณแม่ มีที่คล้องสายBelt เพื่อความสะดวกของคุณแม่ที่ต้องอุ้มลูกน้อยนั่งคาร์ซีทเพียงลำพัง มีเฉพาะรุ่นนี้เท่านั้น
  • รุ่น Swing Moon DX เหมาะสำหรับลูกน้อยที่ตัวเล็ก เพราะมี ชุด Support ที่มีหมอนประคองศีรษะและสะโพก หรือถ้าไม่จำเป็นต้องใช้ แนะนำเป็นรุ่น Swingmoon ก็ได้นะคะ…^^

ขอบคุณแหล่งที่มาจาก : ฺhttp://www.babygiftretail.com/mom-tips